นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน ชมนาด บุญอารีย์ 1 บทคัดย่อ การ์ ตู น เป็ น สื่ อ ที่ ส�ำ คั ญ ในวั ฒ นธรรมการดู (visual culture) และ วัฒนธรรมมวลชน (pop culture) อีกทัง้ เป็นทรัพยากรสารสนเทศทีไ่ ด้รบั ความนิยม จากเด็กและเยาวชน การ์ตูนประเภทนิยายภาพที่มีเนื้อหาดี จัดเป็นวรรณกรรม สมัยใหม่ประเภทหนึ่งและสามารถใช้ในการส่งเสริมการอ่านได้โดยดึงดูดผู้ใช้ โดยเฉพาะวัยรุ่นเข้าห้องสมุด บทความนี้กล่าวถึงความส�ำคัญของการ์ตูนและ นิยายภาพต่อการส่งเสริมการอ่าน สาเหตุที่เด็กชอบอ่านการ์ตูน ประโยชน์ ของการ์ตูน ความหมายและลักษณะของนิยายภาพ และนิยายภาพในห้องสมุด ค�ำส�ำคัญ นิยายภาพ, การ์ตูน, การอ่าน, การส่งเสริมการอ่าน Abstract As a prominent visual culture and pop culture media, as well as children’s favorite reading material, quality graphic novel can serve as an efficient reading encouragement and library promotion tool. The article reviews the importance of cartoon and graphic novel for reading encouragement, reason for cartoon reading, benefits of cartoon reading, definition and characters of graphic novel and graphic novel in the libraries. Keywords: graphic novel, cartoon, reading encouragement, reading promotion 1 อาจารย์ประจ�ำกลุ่มวิชาการจัดการสารสนเทศและการสื่อสาร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 112 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน บทน�ำ ในยุคปัจจุบันที่มนุษย์เกิดมาพร้อมสิ่งกระตุ้นด้านการมองเห็น (visual stimuli) เช่น โทรทัศน์ ภาพยนตร์ นิตยสาร และสือ่ อิเล็กทรอนิกส์ วัฒนธรรมการดู (visual culture) ได้กลายเป็นสิ่งที่ทั้งเด็กในปัจจุบันรวมทั้งผู้ใหญ่ที่เติบโตมากับ วัฒนธรรมนี้ในสังคมทั่วโลกคุ้นเคย การสื่อสารผ่านสื่อที่ใช้ดูซึ่งเข้าถึงได้สะดวก และมีความเร้าใจ เช่น โทรทัศน์และภาพยนตร์ เป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล และส่งผลอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมการอ่านหนังสือของมนุษย์ ในรอบทศวรรษที่ ผ่านมาพบว่า บุคคลในวัยผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะช่วงอายุ 18-24 ปี อ่านหนังสือน้อยลงถึงร้อยละ 10 (National Endowment for the Arts, 2004) การส�ำรวจพฤติกรรมการอ่านหนังสือของประชากรไทย โดยส�ำนักงานสถิตแิ ห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2548 พบว่ามีคนไม่อ่านหนังสือถึง 22.4 ล้านคนหรือเกือบร้อยละ 40 ของประชากรทั้งประเทศ ด้วยเหตุผลว่าชอบดูโทรทัศน์ หรือฟังวิทยุมากกว่า ขณะที่เด็กที่มีอายุ 10-14 ปี กว่า 60% ให้เหตุผลในการไม่อ่านหนังสือว่า เพราะไม่ชอบ และไม่สนใจ ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 ส�ำนักงานสถิติแห่งชาติ (2552) พบว่า เวลาเฉลี่ยที่ใช้ในการอ่านหนังสือของคนไทยลดต�่ำลงจากปี 2548 จาก 51 นาทีต่อวัน เป็น 39 นาทีต่อวัน ประชาชนเสนอแนะวิธีส่งเสริมการอ่าน 5 อันดับแรก ได้แก่ หนังสือควรมีราคาถูกลง หนังสือควรมีเนื้อหาสาระน่าสนใจ ควรมีห้องสมุดประจ�ำหมู่บ้าน/ชุมชน ควรส่งเสริมให้พ่อแม่ปลูกฝังให้เด็กรัก การอ่าน และภาษาที่ใช้ควรง่ายเพื่อให้ทุกคนเข้าใจได้ ปัญหาการไม่อา่ นหนังสือของเด็กไทย จึงเป็นเรือ่ งส�ำคัญเร่งด่วนทีท่ กุ ฝ่าย ต้องร่วมมือกันแก้ไข โดยตระหนักถึงการพัฒนาหนังสือให้เหมาะกับความต้องการ ของเด็ก และตรงกับความสนใจและพฤติกรรมของเด็กวัยต่างๆ ในปัจจุบันให้ มากทีส่ ดุ เพราะลักษณะของหนังสือทีด่ สี �ำหรับเด็ก คือ หนังสือทีไ่ ด้รบั การยอมรับ ในคุณค่าจากเด็ก และผู้อ่านแต่ละคนสามารถอ่านได้อย่างมีความสุข ดังที่ Arbuthnot (1957) กล่าวว่า “ไม่มีหนังสือเล่มใดจะจัดว่าเป็นหนังสือดีได้ ถ้าเด็ก ไม่ชอบ” เช่นเดียวกับ Spink (1989) ซึ่งกล่าวว่า “หนังสือที่ดีต้องมีความหมาย ส�ำหรับผู้อ่านแต่ละคนและช่วยให้บุคคลนั้นค้นหาความหมายของเหตุการณ์ที่ ประสบในชีวิตประจ�ำวันได้” และค�ำกล่าวของ ฮายาโอะ มิยาซากิ เจ้าของฉายา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 113 “วอลต์ดิสนีย์แห่งญี่ปุ่น” ที่ว่า “หากภาพยนตร์เรื่องใดท�ำให้คุณได้หัวเราะสักสอง สามนาทีภาพยนตร์เรือ่ งนัน้ ย่อมมีความหมายกับคุณแล้ว” (นับทอง ทองใบ, 2550) ค�ำกล่าวที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกซึ่งดูเหมือนปราศจากเหตุผล เช่น ความสุข ความชอบ-ไม่ชอบ การมีความหมาย การหัวเราะ แท้จริงแล้ว มีเหตุผล โดยปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ทางสมองค้นพบว่า อารมณ์และการเรียนรู้ เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ อารมณ์เป็นส่วนประกอบและมีบทบาทสูงยิ่งต่อสมอง ในการเรียนรู้ มีอทิ ธิพลในการสร้างแรงจูงใจ สมาธิ สุขภาพ การเรียนรู้ การตีความ และการท�ำความเข้าใจ รวมถึงความทรงจ�ำ โดยเมื่อได้รับประสบการณ์ต่างๆ สมองจะรายงานว่าตนรู้สึกอย่างไร เช่น ชอบ ไม่ชอบ น่าสนใจ ไม่น่าสนใจ ตามแบบแผนทางสมองของแต่ละคน ความรู้สึกหรืออารมณ์นี้จะถูกใช้เป็น ทางผ่านไปสู่การเรียนรู้ เช่น ถ้าการเรียนรู้นั้นท�ำให้รู้สึกว่าน่าสนใจ เด็กก็จะเอาใจ ใส่ต่อการเรียนรู้นั้น และจะเกิดการเรียนรู้ในที่สุด อารมณ์จึงมีความหมายเป็น อย่างมากต่อการพัฒนาทุกพฤติกรรม (Caine and Caine, 2006; Ornstein and Sobel, 1989) ความส�ำคัญของการ์ตูนและนิยายภาพต่อการส่งเสริมการอ่าน เมื่อต้องการส่งเสริมพฤติกรรมการอ่านให้เกิดในเด็ก การเลือกหรือ สร้ า งสิ่ ง ที่ ต รงกั บ ความสนใจหรื อ ความชอบของเด็ ก เป็ น สิ่ ง ส� ำ คั ญ ที่ สุ ด เพราะ “ความหมาย” อันเกิดจากแรงจูงใจของอารมณ์ที่ “ชอบ” นัน้ กระตุน้ ความสนใจ ของสมองมากกว่าเนื้อหาของข้อมูล การ์ตูนซึ่งเคยถูกมองเป็นของอ่านเล่น หลังเลิกเรียน ซึง่ เด็กส่วนใหญ่ชอบ จึงเป็นทางเลือกของสือ่ การดู (visual material) อีกชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันมีหลากหลาย บางเล่มมีคุณค่าและเนื้อหาที่จรรโลงสังคม ไม่ต่างจากวรรณกรรม ดังที่การ์ตูนประเภทนิยายภาพ เรื่อง Maus ของ Art Spiegelman ได้รบั รางวัลพูลติ เซอร์ ในปี ค.ศ. 1992 บทความนีจ้ ะเน้นการจ�ำแนก นิยายภาพหรือการ์ตูนนิยายภาพแบบตะวันตก (graphic novel, trade comics) ออกจากการ์ตูนทั่วไป ซึ่งความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ รูปเล่มแบบหนังสือที่ คงทนถาวร และความซับซ้อนของการเล่าเรือ่ ง (storyline) (Heaney, 2007; Kan, 2003; Lavin, 1998) 114 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน แม้การ์ตูนทุกประเภทจะถูกมองในทางลบว่าเป็นสื่อที่มอมเมาเยาวชน เพราะเด็กมักใช้เวลาว่างมากเกินไปกับการอ่านการ์ตูน และการ์ตูนหลายเรื่อง แสดงออกถึงความรุนแรงและเรื่องทางเพศ แต่การ์ตูนดีที่จัดว่าเป็นวรรณกรรม ก็มีเป็นจ�ำนวนมากในปัจจุบัน การ์ตูนเหล่านี้สามารถเป็นสื่อดึงดูดใจให้เด็ก มีนิสัยรักการอ่านหนังสือประเภทอื่นๆ ได้ในอนาคต หลังกระแสต่อต้านการ์ตูน ซึ่งเข้มข้นมากในช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การ์ตูนได้มีพัฒนาการ และมีความหลากหลายมากขึน้ เป็นล�ำดับ โดยเฉพาะในแง่ของการเป็นสือ่ สมัยใหม่ ในกระแสวัฒนธรรมมวลชนหรือวัฒนธรรมสมัยนิยม (pop culture) จนส่งผลให้ ในช่วง 10 ปีทผี่ า่ นมามีการให้ความสนใจในการใช้การ์ตนู เรือ่ งยาวหรือนิยายภาพ เพื่อส่งเสริมทักษะต่างๆ โดยเฉพาะทักษะการอ่านส�ำหรับเด็กที่มีปัญหาเรื่อง การอ่านช้า (reluctant reader) และส่งเสริมนิสยั รักการอ่านแก่เด็กและวัยรุน่ ทัว่ ไป ในหลายประเทศมีงบประมาณส�ำหรับบรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชนในการซื้อ การ์ตูนส�ำหรับบริการผู้อ่านในห้องสมุด ทั้งนี้ งานวิจัยในต่างประเทศ แสดงให้ เห็นว่า เด็กวัยรุ่นกลุ่มที่สนใจอ่านเห็นว่าการไปห้องสมุดประชาชนมีส่วนช่วยให้ สนใจอ่าน ส่วนกลุม่ ทีไ่ ม่สนใจการอ่านนัน้ เข้าห้องสมุดเพือ่ การค้นคว้า ท�ำรายงาน มิใช่เข้าไปอ่านหนังสือเพือ่ ความบันเทิงหรือการพักผ่อนหย่อนใจ การจัดหานิยาย ภาพมาให้บริการในห้องสมุดจึงเป็นเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งที่ดึงดูดใจให้เด็กกลุ่มที่ ไม่สนใจอ่าน หันมาใช้ห้องสมุดมากขึ้น อันจะเป็นการสร้างรากฐานในนิสัยรัก การอ่านที่ยั่งยืนกว่าการค้นคว้าเพื่อการเรียนตามความจ�ำเป็นเท่านั้น (Bucher & Manning, 2004; Miller, 2005; Strommen & Mates, 2004) ในประเทศที่เป็นผู้น�ำด้านการ์ตูนและด้านบรรณารักษศาสตร์และ สารสนเทศศาสตร์ในซีกโลกตะวันตก คือ สหรัฐอเมริกา ศาสตร์ที่เรียกว่า การ์ตูน ศึกษา (Comics Studies) เป็นหนึง่ ในความเปลีย่ นแปลงในการศึกษาวรรณกรรม สมัยใหม่ (Wolfreys, 2006) ส่วนในวงวิชาการและสมาคมวิชาชีพด้านสารสนเทศ ศาสตร์ ได้ให้ความสนใจกับสื่อนี้เช่นกัน โดยนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 สมาคม ห้องสมุดอเมริกัน ในส่วนของสมาคมบริการส�ำหรับเด็กและวัยรุ่น (The Young Adult Library Services Association :YALSA) ได้คัดสรรและประกาศรายชื่อ 10 นิยายภาพยอดเยี่ยมส�ำหรับวัยรุ่น ประจ�ำออกมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยใน มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 115 ปี ค.ศ. 2010 คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้คัดเลือกนิยายภาพ 73 เรื่องเพื่อ ประกาศเป็น “นิยายภาพยอดเยี่ยมส�ำหรับวัยรุ่นประจ�ำปี 2010” (2010 Great Graphic Novels for Teens) (The Young Adult Library Services Association, 2010) หนังสือเหล่านี้ผ่านการพิจารณาว่ามีคุณภาพและมีความน่าดึงดูดใจ เหมาะ ส�ำหรับเด็กตอนปลายจนถึงวัยรุ่น คือ อายุ 12-18 ปี ตัวอย่างของหนังสือ ในรายชื่อดังกล่าว ได้แก่ Solanin และ Parade (With Fireworks) ภาพประกอบ 1 Solanin (Asano, 2008) และ Parade (With Fireworks) (Cavallaro, 2008) ที่มา : http://www.amazon.com ในประเทศไทย ส�ำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (Thailand Knowledge Park: TK Park) ได้ให้ทุนนับสนุนการวิจัย เรื่อง “การ์ตูนความรู้ไทย: ความเป็นมา สถานการณ์ และแนวทางการพัฒนา” (วรัชญ์ ครุจิต, & นับทอง ทองใบ, 2552) พบว่า ในปี พ.ศ. 2547 ได้เกิดจุดเริม่ ต้นของยุคแห่งการก�ำเนิดใหม่ (renaissance) ของวงการการ์ ตู น ความรู ้ ไ ทย คื อ การจั ด พิ ม พ์ ก าร์ ตู น ความรู ้ เ ล่ ม แรก คื อ “รามเกียรติ์ (ฉบับการ์ตูน)” ของส� ำนักพิมพ์สกายบุ๊กส์ “สมเด็จพระนเรศวร มหาราช” ของส�ำนักพิมพ์อคี วิ พลัส และ “14 ตุลา วันประชาธิปไตย : บันทึกต�ำนาน 14 ตุลาคม 2516 ฉบับเยาวชน” ของสถาบันการ์ตนู ไทย มูลนิธเิ ด็ก จนในปี พ.ศ. 2549 ได้เกิดกระแสความนิยมการ์ตูนความรู้จากเกาหลี แต่คู่แข่งของการ์ตูนความรู้ ไทย ไม่ใช่การ์ตนู จากประเทศอืน่ เนือ่ งจากการ์ตนู ความรูต้ า่ งประเทศ มีเป้าหมาย ที่กลุ่มเด็กเล็ก ขณะที่ในกลุ่มเด็กโตหรือวัยรุ่นนั้นการ์ตูนความรู้ไทยยังมีความ 116 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน ได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม การ์ตูนความรู้จากต่างประเทศมีส่วนช่วยในการสร้าง ความรับรู้ของคนทั่วไปถึงประโยชน์ของการ์ตูน และยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้นักการ์ตูนไทยพัฒนาผลงานให้ดีขึ้น ดังนั้นคู่แข่งหลักของการ์ตูนความรู้ไทย คือ การแข่งกับขีดความสามารถของตัวผู้ผลิตการ์ตูนความรู้ไทยเอง ทั้งนักเขียน การ์ตูนและผู้บริหารส�ำนักพิมพ์ ที่ต้องวิเคราะห์และรู้จักผู้อ่านอย่างถ่องแท้ถึง ลักษณะการใช้ชวี ติ ความสนใจ ความชอบ ความเชือ่ ภาษาทีใ่ ช้ เนือ่ งจากผลวิจยั ชีใ้ ห้เห็นว่า กลุม่ ผูอ้ า่ นแต่ละวัยมีความต้องการและจุดประสงค์ในการอ่านหนังสือ การ์ตูนต่างกัน ซึ่งภาครัฐสามารถให้การช่วยเหลือได้ในหลายกรณี เช่น เรื่อง ค่าตอบแทน หรือเรื่องการสร้างค่านิยม การพัฒนาบุคลากรเหล่านี้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งจะท�ำให้ “การ์ตูนความรู้” เป็นสื่อ ในการพัฒนาคนในชาติได้อย่างแท้จริง สาเหตุที่เด็กชอบอ่านการ์ตูน การ์ตูน หมายถึง ภาพวาดในลักษณะง่ายๆ ซึ่งผิดไปจากความเป็นจริง โดยการลดทอนรายละเอียดทีไ่ ม่จ�ำเป็นออก โดยมีจดุ มุง่ หมายเพือ่ สือ่ ความหมาย แทนตัวหนังสือ หรือเป็นตัวแทนในการพูดหรือการแสดงออก หรือใช้ประกอบการ เล่าเรือ่ งทัง้ บันเทิงคดีและสารคดี ศักดิช์ ยั เกียรตินาคินทร์ (2540) กล่าวว่า การ์ตนู มีความส�ำคัญต่อหนังสือและการพิมพ์ใน 2 ลักษณะ คือ ในฐานะศิลปะลายเส้น และในฐานะงานวรรณกรรม เนื่องจากเป็นสื่อที่ใช้ในการเล่าเรื่องซึ่งอาศัยเทคนิค ในการน�ำเสนอเรื่องที่มีขั้นตอน ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในเชิงศิลปะสูง เปรียบ ได้กับงานวรรณกรรมที่น�ำเสนอเรื่องด้วยตัวหนังสือ จึงถือว่าการ์ตูน โดยเฉพาะ ประเภทนิยายภาพ (illustrated tale, graphic novel) เป็นวรรณกรรมประเภทหนึง่ โดยทั่วไปการ์ตูนสามารถดึงดูดผู้อ่านได้จากภาพที่สวยงาม อารมณ์ขันของภาพ และข้อความที่น�ำเสนอ เด็กจะอ่านหนังสือประเภทนี้โดยไม่ค�ำนึงว่าเนื้อหาจะดี หรือไม่ งานวิจัยทั้งในต่างประเทศและในประเทศต่างชี้ว่าเด็กชอบอ่านหนังสือ การ์ตนู หรือหนังสือการ์ตนู เป็นหนังสือประเภททีเ่ ด็กชอบอ่านมากทีส่ ดุ โดยตัวเลข ที่กรมวิชาการเคยส�ำรวจพบในการส�ำรวจความสนใจและรสนิยมในการอ่านของ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 117 เด็กและเยาวชน คือ นักเรียนระดับประถมศึกษาชอบอ่านหนังสือการ์ตนู มากทีส่ ดุ ร้อยละ 96.48 และร้อยละ 94.91 ส�ำหรับนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษา (จินตนา ใบกาซูย,ี 2534) และจากการศึ ก ษาทั ศ นคติ แ ละพฤติ ก รรมการอ่ า นของคนไทย โดย ส�ำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (2551) พบว่าประเภทของหนังสือทีช่ อบอ่านมากทีส่ ดุ ในกลุ่มเยาวชนผู้สนใจการอ่านมาก การ์ตูนอยู่ในอันดับที่ 1 คิดเป็นร้อยละ 34 ส่วนในกลุ่มเยาวชนผู้สนใจการอ่านน้อย การ์ตูนอยู่ในอันดับที่ 1 เช่นกัน แต่อยู่ ในสัดส่วนที่มากกว่า คือ ร้อยละ 42 ในเชิงการสื่อสาร ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์ (2553) กล่าวไว้ใน “การ์ตูน มหัศจรรย์แห่งการพัฒนาสมองและการอ่าน” ว่า ธรรมชาติของสมองของคนจะรับ จดจ�ำ และมีความสุขกับภาพ ไม่ใช่กบั ตัวหนังสือ ตัวหนังสือเป็นเรือ่ งต่อเนือ่ งจาก การรับรู้ภาพ พื้นฐานของการเรียนรู้ของมนุษย์ตั้งแต่เป็นทารก คือ ภาพ เช่น ภาพหน้าของแม่ คนใกล้ชิด ต้นไม้ และสิ่งของต่างๆ เด็กจะเรียนรู้จากภาพ ของสิง่ รอบตัวอย่างรวดเร็ว และมีความสุขในการเรียนรู้ การ์ตนู เป็นภาพ จึงมีความ น่าสนใจตามธรรมชาติ และผู้เขียนการ์ตูนยังสามารถเขียนให้มีความน่าสนใจ ได้หลายลักษณะ นอกจากนั้นการ์ตูนยังมีลักษณะส�ำคัญอีกสองประการที่ท�ำให้ น่าสนใจ น่าติดตาม ได้แก่ 1. ความเคลือ่ นไหว หนังสือการ์ตนู คือ ภาพทีเ่ คลือ่ นไหวมีชวี ติ ชีวาบน หน้ากระดาษ 2. ความเป็นเรื่องเล่า หรือนิยาย คือ มี ตั ว ละคร ชวนให้ ติ ด ตาม และได้สาระไปโดยไม่รตู้ วั การ์ตนู มีความคล้ายภาพยนตร์ในแง่ทเี่ ป็นการเล่าเรือ่ ง แต่การ์ตูนเป็นภาพยนตร์ที่ผู้ดู ดูได้ด้วยจังหวะของตัวเอง และดูซำ�้ ได้ไม่ผ่านไป โดยรวดเร็วเหมือนภาพยนตร์ การ์ตูนจึงดึงดูดใจให้อ่าน มีความบันเทิงชวนติดใจ และถ้าออกแบบดี สามารถสร้างสรรค์ได้ทุกด้าน เช่น พัฒนาสมอง ส่งเสริมให้รักการอ่าน รักเพื่อน มนุษย์ รักสัตว์ รักสิ่งแวดล้อม สร้างจริยธรรม สร้างสุนทรียะ เป็นต้น การ์ตูน จึงเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทรงพลังของคนทุกวัย ในด้านจิตวิทยา การที่เด็กชอบอ่านการ์ตูนมีความเกี่ยวข้องกับกลไก ทางจิตพื้นฐาน 4 ประการของเด็ก ซึ่งแตกต่างจากผู้ใหญ่ (ประเสริฐ ผลิตผล การพิมพ์, 2548) ได้แก่ 118 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน 1. การยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง (egocentricity) เป็นวิธคี ดิ ทีท่ �ำให้เด็ก สามารถสวมรอยเป็นตัวการ์ตูนได้ง่าย 2. ความสามารถในการคิดเหนือธรรมชาติ (magical thinking) ช่วยให้เด็กยอมรับปรากฏการณ์แทบทุกชนิดที่ปรากฏในการ์ตูนได้ 3. การเชือ่ ว่าสิง่ ทีเ่ คลือ่ นไหวได้เป็นสิง่ มีชวี ติ (animism) หนังสือการ์ตนู ซึ่งอาศัยเส้นน�ำสายตาและเส้นเคลื่อนไหว (speedline) หรือเทคนิคอื่นที่ท�ำให้ ตัวการ์ตูนขยับได้ตลอดเวลา ช่วยให้การ์ตูนมีชีวิต 4. การเชื่ อ ว่ า เหตุ ก ารณ์ ส องเหตุ ก ารณ์ ณ ์ ที่ เ กิ ด ขึ้ น พร้ อ มกั น เป็ น สาเหตุของกันและกัน (phenominalistic casuality) ช่วยให้เด็กเข้าใจได้ง่ายว่า จากช่องหนึ่งไปช่องสอง สาม ถึงช่องสี่ได้อย่างไร หรือเข้าใจภาพที่ศิลปินตั้งใจ วาดข้ามไปได้มากกว่าผู้ใหญ่ ประโยชน์ของการ์ตูน ประโยชน์โดยตรงของการ์ตนู ต่อจิตใจและสติปญ ั ญาของผูอ้ า่ น อาจแบ่ง ได้สามประการใหญ่ๆ คือ การตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานในจิตใจเด็ก ความคิดสร้างสรรค์ในกระบวนการสร้างการ์ตนู ช่วยให้เกิด “สุขภาวะทางปัญญา” และการสื่อการแบบปรนัยซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของการ์ตูนทุกประเภท น�ำไปสู่สุข ภาวะทางปัญญา ประโยชน์ของการ์ตูนแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้ 1. การ์ตูนตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานหลายประการ ในจิตใจของเด็ก เนื้อหาของการ์ตูนส�ำหรับเด็กว่า มีความคล้ายคลึงกับเนื้อหาของนิทาน ส�ำหรับเด็กที่มีมาแต่โบราณ กล่าวคือ เรื่องราวจะวนเวียนอยู่กับความต้องการ พื้นฐานของเด็ก คือ การต่อต้านพ่อแม่หรือปมโอดิปัส (Odipus complex) ตามทฤษฎีจติ วิเคราะห์ของฟรอยด์ (Sigmund Freud) ทีเ่ ห็นได้ชดั เจนคือ การ์ตนู เรื่อง เงือกน้อย ของวอลท์ ดิสนีย์ ปมนี้มีในการ์ตูนญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด ซึ่งจะ แสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง จนในบางเรื่องดูรุนแรง การ์ตูนอมตะของญี่ปุ่นที่แสดง ปมเหล่านี้อย่างชัดเจน ได้แก่ สิงห์น้อยเจ้าป่า คอบร้า ด๊อกเตอร์สลัม และ ไยบะ เป็นต้น ถัดจากการต่อต้านพ่อแม่ เด็กมีความต้องการพื้นฐานซึ่งต้องพัฒนา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 119 ให้ลุล่วง คือ การหนีออกไปมีชีวิตอิสระในโลกกว้างและมีปฎิสัมพันธ์กับสังคม ตามทฤษฎีพฒ ั นาการบุคลิกภาพของอีรคิ สัน (Erik Ericson) ซึง่ กล่าวว่า หน้าทีห่ ลัก ของเด็กโต คือ ต่อสู้แข่งขัน (competition) ประนีประนอม (compromising) และ ร่วมมือกัน (coordination) การ์ตูนที่แสดงความต้องการพื้นฐานข้อนี้มีมากมาย เช่น พินอคคิโอ ฉบับวอลท์ ดิสนีย์ การ์ตูนแนวซูเปอร์ฮีโร่ของอเมริกา โดราเอมอน และ เก๊ตเตอร์ การ์ตูนจึงมีประโยชน์ต่อการบริหารวิธีคิดของเด็ก และเนื้อหาของ การ์ตนู ซ่อนความต้องการทัง้ ระดับจิตส�ำนึกและระดับจิตใต้สำ� นึกของเด็กไว้เสมอ ในระดับจิตส�ำนึก เนือ้ หาของการ์ตนู ล้วนตอกย�้ำว่า “ธรรมะย่อมชนะอธรรม” หรือ “ท�ำดีได้ดี ท�ำชัว่ ได้ชวั่ ” และในระดับจิตใต้สำ� นึก การ์ตนู ยังให้ประโยชน์ในการเป็น เครื่องมือหรือกลไกในการมีสุขภาพจิตดี (healthy mental machanism) อีกสอง ประการ กลไกแรก คือ การใช้อารมณ์ขันเข้าก�ำจัดความไม่สบายใจ (humorism) และกลไกที่สองคือ การใช้การบ�ำเพ็ญประโยชน์ขจัดความก้าวร้าว (altruism) (ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์, 2548) 2. ความคิดสร้างสรรค์ในกระบวนการสร้างการ์ตูน ช่วยให้เกิด “สุขภาวะทางปัญญา” สุขภาวะทางปัญญา หมายถึง ความฉลาดรู้ ที่น� ำไปสู่ชีวิตที่สมดุล ประกอบด้วย ความรู้ในความจริงตามธรรมชาติ ความรู้ในทางวิชาชีพ ความรู้ และส�ำนึกที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมโดยไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น และ ความรู้ ในตัวเอง (รู้ศักยภาพและควบคุมความคิดจิตใจของตนเองได้) ส่วนความคิด สร้างสรรค์ หมายถึง ความสามารถในการคิดไปในทางที่ไม่ปกติ เพื่อน� ำไปสู่ การแก้ปัญหา การประดิษฐ์คิดค้น การจินตนาการ การฝันฟื่อง (fantasy) และ อารมณ์ขัน ความคิดสร้างสรรค์ เป็นส่วนหนึ่งของ “ความคิดทางข้าง” (lateral thinking) ซึ่งแตกต่างจากความคิดตามเหตุผล หรือความคิดทางดิ่ง (vertical thinking) ซึ่งเป็นวิธีคิดตามเหตุผลที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจ�ำวัน ความคิดทางข้าง คือ ความคิดทีไ่ ม่เป็นไปตามเหตุตามผล ไม่จำ� เป็นจะต้องเป็นประโยชน์ แต่จะเป็น ประโยชน์ก็ต่อเมื่อเชื่อมโยงกับความคิดทางดิ่งได้ คือ ประยุกต์ไปสู่การปฏิบัติได้ “ความคิดทางข้าง” เป็นสิ่งที่โยงใยใกล้ชิดกับ การรู้แจ้ง (insight) ความคิดสร้างสรรค์ และอารมณ์ขัน กระบวนการทั้ง 4 อย่างนี้ มาจากรากฐาน เดียวกัน ความคิดทางข้างเป็นต้นทางของความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นคุณสมบัติ 120 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน ส�ำคัญทีเ่ ด็กควรมีในสังคมยุคเศรษกิจสร้างสรรค์ในปัจจุบนั ประโยชน์ของความคิด สร้างสรรค์ในกระบวนการสร้างการ์ตนู ต่อสุขภาวะทางปัญญา (ศักดา วิมลจันทร์, 2548 ; ศักดา วิมลจันทร์, 2550) มีดังนี้ 2.1 ความคิดสร้างสรรค์เป็นการท�ำงานของสมองซีกขวา ซึ่งตาม ปกติในชีวิตประจ�ำวันไม่ค่อยได้ใช้ การกระตุ้นการท�ำงานของสมองส่วนนี้ท�ำให้ สมองและบุคลิกภาพพัฒนาอย่างสมดุล 2.2 ความคิดสร้างสรรค์ช่วยให้คุ้นเคยกับการค้นหาความคิด และทางเลือกใหม่ๆ เพื่อช่วยในการแก้ปัญหาหรือการสร้างสรรค์ การคุ้นเคยกับ การมองเห็นทางเลือกต่างๆ ได้อยู่เสมอ (บางส่วนมากจากการมองเห็นแง่ที่น่าข�ำ จากเรื่องร้าย) ช่วยให้บุคคลรู้วว่ามีทางเลือกอื่น และมีทางออกหรือทางแก้ ของปัญหาอยู่เสมอ ไม่มีทางหนึ่งท�ำให้ท้อถอยยอมแพ้แก่ปัญหา 2.3 ความคิดสร้างสรรค์ประเภทอารมณ์ขัน ช่วยมองเห็นด้านที่ น่าขบขันของเรื่องร้ายๆ ท�ำให้เกิดเป็นทัศนคติ และนิสัยชอบคิดสองด้านเสมอ ไม่ยดึ ติดกับด้านหนึง่ มากไป ช่วยให้ภาวะจิตใจมีความสมดุลมากขึน้ โดยอารมณ์ ขันและความคิดทางข้างแบบไร้สาระ ท�ำให้บุคคลไม่ผูกติดอยู่กับความคิดแบบมี สาระแต่เพียงด้านเดียว ไม่จริงจังกับชีวิต และปัญหาที่เข้ามาในชีวิตมากเกินไป อารมณ์ขันยังช่วยให้มีเสน่ห์ เข้าสังคมได้ง่าย อารมณ์ขนั ส่วนใหญ่เกิดจากเรือ่ งหักมุม ซึง่ ผูฟ้ งั หรือผูด้ จู ะต้องคิดเอง จึงจะข�ำ เรื่องราวที่เป็นอารมณ์ขันจึงท�ำให้บุคคลชอบใช้ความคิด เพื่อแก้ปัญหา หรือค้นหาค�ำตอบ ท�ำให้มีทัศนคติทางบวกต่อปัญหา ไม่กลัวปัญหา มองปัญหา ว่าเป็นโจทย์หรือเป็นเงื่อนไขให้ได้ขบคิด ได้ฝึกสมอง การคิดค้นทางวิทยาศาสตร์ หลายอย่างเกิดจากความมุ่งมั่นและทัศนคติทางบวกต่อปัญหา 2.4 ความคิดสร้างสรรค์ไม่วา่ จะทีเ่ ป็นอารมณ์ขนั หรือการจินตนาการ เรื่องราว ล้วนให้ความผ่อนคลายทางอารมณ์ ทางจิตใจทั้งสิ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อ สุขภาพกาย 2.5 ความคิดสร้างสรรค์ประเภทล้อเลียนและวิพากษ์วิจารณ์ใน บางแง่ เป็นการปลดปล่อยความกดดัน เพื่อชดเชยสถานภาพที่ต�่ำกว่าไม่ให้ สะสมจนกลายเป็นความเก็บกด ทั้งปัญหาระดับบุคคลและระดับสังคม (การ์ตูน มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 121 การเมือง) ซึ่งผู้เขียน (หรือผู้สร้าง) การ์ตูนการเมืองยังจะได้เรียนรู้ต่อไปว่า การล้อเลียนอย่างมีความคิด มีศิลปะ และรสนิยม ซึ่งผู้คนทั่วไปรับได้นั้นควร เป็นอย่างไร เพราะการล้อเลียนอย่างหยาบคาย การวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ก้าวร้าว ย่อมถูกปฏิเสธหรือลดทอนลงไปในกระบวนการขัดเกลาทางสังคม (socialization) 3. การสื่อการแบบปรนัย (objective communication) ซึ่งเป็น ลักษณะหนึ่งของการ์ตูนน�ำไปสู่สุขภาวะทางปัญญา การสื่อการแบบปรนัย คือ การสื่อสารที่มีเจตนาอ้างอิงความเป็นจริง โดยปราศจากอคติ เป็นจุดเริ่มต้น หรือเจตนา หรือเป็นแนวคิด เพื่อการสื่อสารใน ขั้นตอนอื่นๆ ต่อไป เจตนานี้มีเป็นเจตนาที่เป็นไปเพื่อผู้อื่น เพื่อให้เข้าใจผู้อื่น เป็นการลดอัตตา ลดความยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ (ทัง้ ผูเ้ ขียนและผูอ้ า่ น) ซึง่ แนวคิด ส�ำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคม และพื้นฐานของการมีสุขภาวะทางปัญญา ระดับสูง ในส่วนของผู้เขียนการ์ตูนซึ่งท�ำหน้าที่ส่งสาร ต้องเขียนการ์ตูนเพื่อให้ คนเข้าใจ เจตนานี้น�ำไปสู่การแสวงหาความรู้ และความจริงของภาษาภาพและ ของธรรมชาติ อันเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป (ปรนัย) ไม่ใช่คิดเอาเองฝ่ายเดียว เนื่องจากการเขียนภาพการ์ตูน เป็นการอ้างอิงกับความจริง มิใช่การเขียนภาพ เหมือนจริง แต่ผู้อ่านทั่วไปเห็นการ์ตูนแล้วต้องเข้าใจว่าเป็นอะไรตรงกัน ในส่วน ของผู้รับสาร คือ ผู้อ่านการ์ตูน ก็จะเอาใจช่วยผู้เขียนโดยการพยายามท�ำความ เข้าใจการ์ตูนนั้นๆ ว่าหมายความว่าอย่างไรด้วย โดยไม่ยึดถือการตีความของ ตนแต่ฝ่ายเดียว ภาพที่ไม่ประณีต (โดยการลดทอน หรือโดยที่ฝีมือในการวาด ยังด้อย) ภาพที่ไม่สมบูรณ์ (โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของผู้เขียน) ก็อาจสื่อสารได้ โดยอาศัยท่าทีของการรับรู้แบบเอาใจช่วย (sympathetic perception) ของ ผู้อ่านหรือที่เรียกว่า ปรับคลื่นความคิดให้ตรงกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสาร แบบปรนัย ท่าทีเช่นนี้ส�ำคัญอย่างยิ่งส�ำหรับการส่งเสริมสุขภาวะทางปัญญาและ ทางสังคม (ศักดา วิมลจันทร์, 2548) 122 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน ความหมายและลักษณะของนิยายภาพ นิยายภาพหรือการ์ตูนนิยายภาพ (graphic novel, trade comics) คือ การ์ตูนแบบตะวันตกประเภทหนึ่งซึ่งมีความซับซ้อนของการเล่าเรื่อง (storyline) มักจัดพิมพ์ด้วยกระดาษที่ดี และอยู่ในรูปเล่มหนังสือ สามารถอ่านจบเรื่องได้ใน เล่มเดียว แตกต่างจากกับการ์ตนู ช่องหรือการ์ตนู ข�ำขันสามสีช่ อ่ งจบ (comic strip) ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ และการ์ตูนญี่ปุ่นที่ตีพิมพ์เป็นเล่มในลักษณะสิ่งพิมพ์ ต่อเนื่อง นิยายภาพถือเป็นวรรณกรรมรูปแบบหนึ่งซึ่งมีหลายประเภท (genre) เช่นเดียวกับวรรณกรรมรูปแบบอื่นๆ แต่คนมักมองเป็นวรรมกรรมประเภทหนึ่ง จึงอาจสับสนกับการ์ตูนญี่ปุ่น (มังงะ - Manga) ได้ง่าย (Lee, 2004) (Heaney, 2007 ; Kan, 2003 ; Lavin, 1998) มังงะและนิยายภาพต่างก็เป็นการ์ตนู จึงมีลกั ษณะร่วมคือ องค์ประกอบ พื้นฐานสามอย่างของการ์ตูน คือ กรอบสี่เหลี่ยม ภาพลายเส้น และค�ำพูด ส่วนความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ รูปเล่มแบบหนังสือและความซับซ้อนของ การเล่าเรื่อง (storyline) ความหมายของนิยายภาพในบทความนี้ คือ นิยายภาพ แบบตะวันตก ซึง่ มีรากเหง้ามาจากการ์ตนู ข�ำขันในหนังสือพิมพ์ โดยมีผนู้ ำ� การ์ตนู ข�ำขันไปพิมพ์รวมเล่มเรียกว่า comic book ก่อน ต่อมาจึงมีการน�ำเนือ้ หาอย่างอืน่ ทีไ่ ม่ใช่เรือ่ งข�ำขันมาพิมพ์บา้ งแล้วได้รบั ความนิยม ท�ำให้ comic book หรือ trade comic กลายเป็นพื้นที่ใหม่ให้เกิดการ์ตูนแนวใหม่ที่พัฒนาวิธีการน�ำเสนอจนมี แบบฉบับเป็นของตัวเอง ในสหรัฐอเมริกา นิยายภาพในยุคแรกๆ จะเป็นเรื่องราว ของซูเปอร์ฮีโร่ แต่ต่อมาพัฒนาเพิ่มประเภทขึ้นจนสามารถแยกจากการ์ตูนได้ อย่างชัดเจน การใช้ค�ำว่า graphic novel เป็นความพยายามที่จะยกระดับและแบ่ง แยกการ์ตูนในรูปแบบนิยายภาพให้เป็นสื่อของวัยรุ่นและผู้ใหญ่มากขึ้น และ เนือ้ หาไม่ใช่เรือ่ งสนุกตืน่ เต้นเร้าใจแบบเด็กๆ แต่เป็นการน�ำเสนอเรือ่ งราวทีม่ คี วาม ลึกซึ้งในระดับเดียวกับวรรณกรรม (Eisner, 1985) ดังจะเห็นตัวอย่างจากการที่ เว็บไซต์ของ DC Comics ซึ่งเป็นส�ำนักพิมพ์การ์ตูนหนึ่งในสองแห่งที่ใหญ่ที่สุด ในสหรัฐอเมริกา (อีกส�ำนักพิมพ์คือ Marvel) น�ำเสนอนิยายภาพเล่มส�ำคัญที่ควร อ่าน 30 ชือ่ เรือ่ ง โดยเรือ่ งแรกคือ Watchmen ได้รบั การคัดเลือกจากนิตยสารไทม์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 123 ให้เป็นหนึ่งใน 100 รายชื่อนวนิยายภาษาอังกฤษยอดเยี่ยม (คัดเลือกจากหนังสือ ทีต่ พี มิ พ์จากปี ค.ศ.1932 ถึงปัจจุบนั ) จะเห็นได้วา่ นิตยสารไทม์จดั ว่า Watchmen เป็นวรรณกรรมประเภทนวนิยาย และมีคุณค่าไม่แตกต่างจากวรรณกรรมที่น� ำ เสนอในรูปแบบการประพันธ์ด้วยตัวอักษร ดังรายละเอียดในเว็บไซต์ของ DC Comics (http://www.dccomics.com/sites/essential30/) ในประเทศไทยงานในระดับนี้ยังมีน้อยจนค�ำว่า graphic novel ไม่เป็น ที่รู้จักเท่ากับค�ำว่า comics (ศักดา วิมลจันทร์, 2550) แต่ในต่างประเทศเริ่มมี ใช้กันทั่วไป ดังตัวอย่างคู่มือต่างๆ ซึ่งจัดพิมพ์โดยส�ำนักพิมพ์ Neal-Schuman เช่น Developing and Promoting Graphic Novel Collections (Miller, 2005) The Librarian’s Guide to Graphic Novels for Children and Tweens (Serchay, 2008) และ The Librarian’s Guide to Graphic Novels for Adults (Serchay, 2009) อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังสามารถเห็นความก้าวหน้าในศาสตร์ แห่งวรรณกรรมที่พัฒนาทัดเทียมต่างประเทศได้แง่หนึ่ง จากวิวัฒนาการของ การประกวดหนังสือประเภทการ์ตนู ในการประกวดหนังสือดีเด่นซึง่ ได้จดั ต่อเนือ่ ง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 โดยได้เริ่มแบ่งหนังสือการ์ตูนออกจากหนังสือประเภทอื่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 โดยใช้ค�ำว่า “การ์ตูนและนิยายภาพส�ำหรับเด็ก” ต่อมา ในปี พ.ศ. 2534 เปลี่ยนมาใช้ค�ำว่า “การ์ตูน” ต่อมาอีก 10 ปี คือในปี พ.ศ. 2545 จึงเปลี่ยนมาใช้ค�ำว่า “การ์ตูนและนิยายภาพ” พัฒนาการนี้แสดงให้เห็นถึงความ แตกต่างของการ์ตูนและนิยายภาพได้ว่าเป็นวรรณกรรมกลุ่มเดียวกัน แต่มิใช่ สิง่ เดียวกัน และเคยเป็นสือ่ ส�ำหรับเด็กในอดีต แต่ในปัจจุบนั ไม่จำ� กัดวงเฉพาะเด็ก อีกต่อไป ความแตกต่างระหว่างนิยายภาพกับการ์ตูน นิยายภาพมีลักษณะเฉพาะหลายประการซึ่งแตกต่างจากการ์ตูนทั่วไป (ศักดา วิมลจันทร์, 2550 ; Abel, 2002 ; Snowball, 2007) ดังนี้ 1. นิยายภาพเป็นการเล่าเรื่องขนาดยาวหลายหน้า มักอยู่ในรูปเล่ม หนังสือ หนังสือในที่นี้ ส่วนใหญ่จัดพิมพ์โดยใช้กระดาษปอนด์ มิใช่กระดาษปรู๊ฟ 124 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน ดังการ์ตูนทั่วไป ดังตัวอย่างรูปเล่มของ Maus และ Persepolis และ อุดมสุข ซึง่ จัดพิมพ์โดย สถาบันการ์ตนู ไทย มูลนิธเิ ด็ก อย่างต่อเนือ่ งมาจนปัจจุบนั ถึง 4 เล่ม (จัดพิมพ์โดยเนื้อหาไม่จ�ำเป็นต้องอ่านต่อเนื่องกัน และไม่มีกำ� หนดออกแน่นอน) ดังนั้น ความแตกต่างในแง่ของการเล่าเรื่องระหว่างนิยายภาพกับการ์ตูนอยู่ที่ ว่า ถ้าเล่าเรื่องจบในตอนจะเป็นนิยายภาพ แต่ถ้าเป็นชุดต่อกันรายสัปดาห์หรือ รายเดือนจะจัดเป็น การ์ตูน (comic) ภาพประกอบ 2 Maus (Spiegelman, 1992) Persepolis (Satrapi, 2007) และ อุดมสุข (อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์, 2551) 2. นิยายภาพไม่จำ� เป็นจะต้องเป็นเรื่องข�ำขัน แม้ว่าจะมีคำ� ว่า นิยาย หรือนวนิยาย (novel) แต่นิยายภาพ อาจเป็นได้ทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น หรือสารคดี โดยนิยายภาพจะมีความเป็นละคร (drama) มากกว่าการ์ตูน การ์ตูนเป็นการ เล่าเรื่องด้วยภาพและมีเนื้อหาที่เน้นความสนุกสนาน นิยายภาพอาจมีมุข (gag) ที่สนุกหรือตลกสอดแทรกบ้าง แต่ต้องมีแก่นเรื่องหรือเนื้อหาสาระที่ต้องการ น�ำเสนอทีช่ ดั เจน เช่น อุดมสุข เล่ม 1 ตอน ลาที...บางกอก สะท้อนให้เห็นวิถชี วี ติ ที่ รีบเร่งและแข่งขันเพื่อวัตถุในกรุงเทพมหานคร และการเลือกกลับไปเริ่มต้นชีวิต ใหม่ที่บ้านเกิด ส่วน อุดมสุข เล่ม 2 ตอน ศาลาคนสุข นั้นสื่อถึงสถานการณ์ วิกฤติในสังคมหลายด้าน เช่น สิ่งแวดล้อม ความเปลี่ยนแปลงของชุมชนชนบท ลัทธิบริโภคนิยม และการล่มสลายของวิถีการค้าในท้องถิ่น อันเนื่องมากจาก กระแสทุนนิยมในรูปของกิจการของบริษัทข้ามชาติ เป็นต้น (ชมนาด บุญอารีย์, 2551) มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 125 นิยายภาพบางเรื่องดัดแปลงจากวรรณกรรม เช่นนวนิยายขายดีเรื่อง Buddha ของ Deepak Chopra (Deepak Chopra Launches Graphic Novel on the Life of “Buddha”, 2010) นิยายภาพจ�ำนวนมากเป็นสารคดี คือ เขียนจาก เรื่องจริง เช่น Maus และ Persepolis นั้นต่างก็เขียนจากเรื่องจริงของผู้คนใน ประเทศทีเ่ กิดความไม่สงบทางการเมือง บางเรือ่ งเป็นประวัตบิ คุ คล เช่น Malcolm X: A Graphic Biography (Helfer & DuBurke, 2007) หรือเหตุการณ์ภัยพิบัติ ที่เกิดขึ้นจริง เช่นเรื่อง A.D.: New Orleans After the Deluge (Neufeld, 2009) ภาพประกอบ 3 Buddha (Chopra, 2010), Malcolm X: A Graphic Biography (Helfer & DuBurke, 2007) และ A.D.: New Orleans After the Deluge (Neufeld, 2009) 3. ตัวภาพในนิยายภาพวาดออกมาโดยค�ำนึงถึงความสมจริงมากกว่า การ์ตูน และใช้ภาษาภาพมากกว่าภาษาถ้อยค�ำ (ค�ำพูดและค�ำอธิบาย) 4. นิยายภาพแต่ละหน้า อาจมีภาพหลายช่อง หลายขนาด จัดวางอย่าง พลิกแพลงได้ แต่ไม่ท�ำให้การอ่านตามล�ำดับสับสน 5. การเดินเรือ่ งในนิยายภาพจะเน้นบรรยายสถานการณ์หรือความคิด ของตัวละครด้วยตัวอักษรผ่านช่องสี่เหลี่ยม บน-ล่าง ของภาพนั้นๆ ซึ่งแตกต่าง จากการ์ตูน การ์ตูนมักมีแต่บอลลูนแสดงค�ำพูด (word balloon) และบอลลูน แสดงความคิดของตัวละคร (thought balloon) บ้าง ดังการเปรียบเทียบใน ภาพประกอบ 4 126 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน ภาพประกอบ 4 Persepolis (Satrapi, 2007) และการ์ ตู น ธรรมะหลวงพี่ เ อี้ ย ง วัดมะนาวหวาน ตอน งูน่ารัก (ที่มา: http:// www.budpage.com) 6. ภาพในนิยายภาพ มักมีการแสดงท่าทาง (action) หรือมุมมอง ที่น่าสนใจ มากกว่าให้ตัวละครพูดโต้ตอบกันไปมา ดังตัวอย่างในภาพประกอบ 4 7. นิยายภาพมีการล�ำดับเรื่อง และการตัดต่อเช่นเดียวกับภาพยนตร์ จึ ง มี ก ารน� ำ นิ ย ายภาพไปท� ำ เป็ น ภาพยนตร์ ไ ด้ ป ระสบผลส�ำ เร็ จ เป็ น อย่ า งดี เช่นเรื่อง Persepolis และ Watchmen หรือน�ำภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงไปท�ำเป็น นิยายภาพ เช่นเรื่อง ต้มย�ำกุ้ง สุริโยทัย และ Twilignt ทั้งสามภาค (New Moon, Eclipse, Breaking Dawn) การ์ตูนและนิยายภาพในห้องสมุด การที่การ์ตูนทุกประเภทถูกมองในทางลบว่าเป็นสื่อที่มอมเมาเยาวชน มีเนื้อหาสาระที่ไม่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะความรุนแรงและการแสดงออกทางเพศ ที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ทัศนคติของคนชั้นกลางผู้มีการศึกษาต่อสื่อเหล่านี้เป็นไป ในทางลบ โดยเฉพาะบรรณารักษ์ผู้ท�ำหน้าที่เสมือนผู้คัดกรองสาร (gatekeeper) และควบคุมการเสพสื่อที่เหมาะสมส� ำหรับเยาวชน ในประเทศสหรัฐอเมริกา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 127 คนเหล่านี้เห็นว่าต้องป้องกันมิให้สื่ออันตรายเหล่านี้เข้ามาอยู่ในห้องสมุด กระแส ต่อต้านการ์ตนู ในอเมริกาเข้มข้นมากในช่วงทศวรรษที่ 1940 -1950 ซึง่ เป็นช่วงเวลา หลังสงครามโลกครั้งที่สอง หรือหลังจากยุคทองของการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่ ในเวลา นั้นเนื้อหาของการ์ตูนส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงไปเป็นเรื่องฆาตรกรรมและเรื่อง สยองขวัญ (crime & horror) เรือ่ งเหล่านีม้ คี วามรุนแรงและฉากทีส่ มจริงซึง่ แตกต่าง โลกในจิ น ตนาการของการ์ ตู น ซุ ป เปอร์ ฮี โ ร่ ความสมจริ ง นี้ บ วกกั บ การเขี ย น บทความและหนังสือต่อต้านของ Dr.Frederic Wertham ผู้เป็นจิตแพทย์และ แนวร่วมอีกจ�ำนวนหนึ่ง ท�ำให้การต่อต้านมีความรุนแรงมาก และส่งผลให้วงการ การ์ตูนของอเมริกาซบเซาไปจนกระทั่งถึงปี ค.ศ.1965 จึงเริ่มเป็นช่วงรุ่งโรจน์ของ การ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่อีกครั้งหนึ่ง หรือเรียกว่า ยุคเงินของการ์ตูน (Silver Age of Comics) (Ellis & Highsmith, 2000) Ellis และ Highsmith (2000) ได้ศกึ ษาทัศนคติของวงการบรรณารักษศาสตร์ ต่อการ์ตนู โดยส�ำรวจจากการสืบค้นบทความและบทวิจารณ์หนังสือในฐานข้อมูล Library Literature ของบริษัท HW Wilson รวมทั้งใช้ตัวเล่มดรรชนีวารสาร ฉบับพิมพ์เพือ่ ให้ครอบคลุมช่วงปีทสี่ ำ� รวจ คือ ค.ศ. 1940-2000 ผลการศึกษาพบว่า ในช่วงทศวรรษที่ 40 – 60 ซึ่งเป็นยุคเงินของการ์ตูนมีบทความเกี่ยวกับการ์ตูน จ�ำนวนน้อยมากที่แสดงทัศนคติเชิงบวก ต่อมาในช่วงทศวรรษที่ 70 จึงเริ่ม มีบทความในเชิงบวกเกี่ยวกับการ์ตูน จวบจนในช่วงทศวรรษที่ 80 จึงเริ่มมี บทความที่กล่าวถึงประโยชน์ในการใช้การ์ตูนกระตุ้นให้นักเรียนเข้าใช้ห้องสมุด ในขณะเดียวกันก็มีบทความที่ต่อต้านการจัดหาการ์ตูนเข้าห้องสมุดอย่างรุนแรง ในยุคนี้บทบาทของบรรณารักษ์เกี่ยวกับการจัดหาการ์ตูนเริ่มชัดเจนขึ้น เริ่มจาก การศึกษาเกี่ยวกับการ์ตูนยอดนิยมของ Emily Alward ซึ่งเป็นคนแรกที่กล่าว ถึงการจัดหาการ์ตูนมาให้บริการในห้องสมุดมหาวิทยาลัยในฐานะสื่อส�ำคัญที่ แสดงแนวโน้มของสังคม (archetype and social trend) ของศตวรรษที่ 20 และ การควบคุมทางบรรณานุกรมส�ำหรับหนังสือการ์ตูน การจัดพิมพ์หนังสือ Cartoon and Comics in the Classroom : A Reference Guide forTeacher and Librarians โดยบริษัท Library Unlimited ในปี ค.ศ.1983 และบทความของ Randell W. Scott บรรณารักษ์ผู้ท�ำรายการ 128 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน บรรณานุกรมหนังสือการ์ตูนใน Comic Art Collection ของ Michigan State University ซึ่งเขียนในปีถัดมาได้น�ำเสนอแนวคิดในการพัฒนาวิธีการจัดการ หนังสือการ์ตนู ในห้องสมุด ทัง้ นโยบาย เกณฑ์การคัดเลือก การจัดเก็บในห้องสมุด เพื่อการวิจัย และการท�ำรายการบรรณานุกรม จุดผกผันที่ส�ำคัญของการยอมรับ การ์ตนู คือ ในปี ค.ศ. 1985 เมือ่ วารสาร Publshier Weekly เริม่ มีบทความเกีย่ วกับ การ์ตนู เผยแพร่ และต่อมาวารสารทีไ่ ด้รบั การยอมรับในวงการบรรณารักษศาสตร์ ก็ตีพิมพ์บทความและรายงานการวิจัยเกี่ยวกับการ์ตูนจ�ำนวนมาก ได้แก่ วารสาร Library Journal, Voice of Youth Advocates และ ท้ายสุด Booklist ซึ่งได้ อุทิศคอลัมน์หนึ่งในวารสารให้แก่การวิจารณ์การ์ตูนและนิยายภาพในปี 1989 ในปี 1987 เริ่มมีบทความเกี่ยวกับนิยายภาพ ซึ่งในยุโรปยังไม่เป็นที่ยอมรับว่า มี คุ ณ ค่ า ในทางวรรณกรรม มี ก ารเรี ย กร้ อ งให้ ตั ด สิ น คุ ณ ค่ า ของนิ ย ายภาพ เช่นเดียวกับที่ตัดสินหนังสือนวนิยายเล่มหนึ่ง โดยไม่ค�ำนึงถึงรูปแบบว่าเป็น หรือไม่เป็นการ์ตูน นอกจากนี้ Ellis และ Highsmith (2000) ยังพบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ยังมีผู้จัดพิมพ์การ์ตูนเพิ่มขึ้นและดึงดูดให้ผู้แต่งที่มีฝีมือมาท�ำงานด้านนี้เพิ่มขึ้น ประกอบกับการได้รับรางวัล ของ Maus จึงเกิดเป็นความส�ำเร็จของวงการการ์ตูน ของอเมริกา ดังนั้นช่วงต้นของทศวรรษที่ 1990 จึงเป็นช่วงที่ตลาดการ์ตูนเจริญ ถึงขีดสุด ส่งผลให้มีการตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับการ์ตูนประเภทต่างๆ ในวารสาร ด้านบรรณารักษศาสตร์ โดยเฉพาะการ์ตนู ประเภทนิยายภาพในห้องสมุด วารสาร Choice และ Library Journal ให้ความสนใจในการวิจารณ์หนังสือเกีย่ วกับการ์ตนู รวมทั้งหนังสือเล่มส�ำคัญคือ Comics Librarianship : A Handbook ซึ่งได้รับ การวิจารณ์ในแง่บวกทัง้ จาก The Journanl of Academic Librarianship, Wilson Buletin และ Booklist มีการพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับการ์ตูนเผยแพร่หลายชื่อเรื่อง ในช่วงนี้ และส่วนใหญ่ได้รบั การวิจารณ์ในแง่บวก บทความในช่วงนีจ้ ะมีการแบ่ง นิยายภาพออกจากการ์ตูนโดยมีการเสนอแนะให้ใช้ค�ำว่า trade comic แทน graphic novel และให้จัดหามาให้บริการในห้องสมุดประชาชนเนื่องจากดึงดูด ผู้อ่านทั้งเด็กและวัยรุ่น และดึงดูดทั้งผู้ที่อ่านช้าและผู้ที่เป็นนักอ่านอยู่แล้ว งานวิจยั ทีน่ า่ สนใจมากในช่วงนีค้ อื Is Comic Book Reading Harmful? : Comic Book Reading, School Achievement and Pleasure Reading among มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 129 Sventh Graders (Ujiie & Krashen, 1996) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเด็กที่อ่านการ์ตูน ไม่ได้มีผลการเรียนที่แย่กว่าเด็กที่ไม่อ่าน บางครั้งยังเรียนดีกว่าด้วย การอ่าน การ์ตูนไม่ได้สร้างผลร้ายและไม่ได้แทนที่การอ่านหนังสือที่จริงจังอื่นๆ การศึกษา ของ Ellis และ Highsmith ซึ่งสิ้นสุดในปี 2000 ได้แสดงให้เห็นถึงทัศนคติ ที่เปลี่ยนแปลงไปของวงการบรรณารักษ์ต่อการ์ตูนและนิยายภาพ หลังปี 2000 การ์ตูนและนิยายภาพได้รับการยอมรับมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากคู่มือเกี่ยวกับ นิยายภาพในห้องสมุดทีไ่ ด้กล่าวมาแล้ว และบทความซึง่ ปรากฏในวารสารวิชาการ หลากหลายชื่อตามรายการอ้างอิงที่ใช้ในบทความนี้ ปัจจุบนั ห้องสมุดโรงเรียนและห้องสมุดประชาชนในสหรัฐอเมริกา มีการ จัดเก็บและให้บริการการ์ตูนและนิยายภาพในอย่างกว้างขวาง และมีห้องสมุด จ�ำนวนหนึ่งที่จัดเก็บเพื่อตอบสนองการวิจัยด้านการ์ตูนโดยเฉพาะ ที่ส� ำคัญ มี 3 แห่ง (Serchey, 1998) ได้แก่ 1. Library of Congress หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน มีการ์ตูนกว่า 5,000 ชือ่ เรือ่ ง จ�ำนวนกว่า 100,000 เล่ม ให้บริการแก่นกั วิจยั หอสมุดท�ำรายการการ์ตนู ที่มีความต่อเนื่องเหมือนวารสาร ส่วนนิยายภาพท�ำรายการเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง 2. Michigan State University คอลเลคชั่นศิลปะการ์ตูน (Comic Art Collection) เป็นส่วนหนึ่งของ Russel B. Nye Popular Culture Collection มีการ์ตูนอเมริกันกว่า 80,000 เล่ม และการ์ตูนของชาติอื่นๆ อีกกว่า 20,000 เล่ม ให้บริการแก่นักวิจัย และเนื่องจากบรรณารักษ์ของห้องสมุดคือ Scott เชี่ยวชาญ การท�ำรายการและได้สร้างระบบการจัดหมู่การ์ตูนของตนเองขึ้น จึงมีรายการ ทางบรรณานุกรมที่จัดท�ำอย่างเป็นระบบและเข้าถึงได้จากทางออนไลน์ซึ่งเป็น เครื่องช่วยในการลงรายการของหอสมุดรัฐสภาอเมริกันด้วย 3. Ohio State University แม้จะมีจ�ำนวนการ์ตูนเพียงประมาณ 10,000 เล่ม แต่ห้องสมุดนี้มีผลงานการ์ตูนต้นฉบับมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะผลงานของ Will Eisner การจัดเก็บการ์ตูนและนิยายภาพเพื่อการเรียนการสอนและการวิจัย ในระดับอุดมศึกษาเป็นหัวข้อที่มีการกล่าวถึงมากในปัจจุบัน บทความของ O’English, Matthews, & Lindsay (2006) ได้กล่าวถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของ 130 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน นิยายภาพในห้องสมุดมหาวิทยาลัยทัง้ ในแง่ของการเป็นสือ่ การสอนและการตอบ สนองต่อพันธกิจด้านการอ่านเพื่อความจรรโลงใจของห้องสมุดระดับอุดมศึกษา ต่อมา Wagner (2010) ได้ศึกษาเกี่ยวกับจัดหาหนังสือประเภทนี้เพื่อให้บริการ แก่นักวิจัยในห้องสมุดเพื่อการค้นคว้าวิจัยซึ่งพบว่า แม้จะมีการจัดหานิยายภาพ ที่ได้รับรางวัลมาไว้ในห้องสมุด แต่ยังมีเป็นจ�ำนวนไม่มากนัก ห้องสมุดเหล่านี้ จึงควรทบทวนนโยบายการจัดหาเพื่อตอบสนองแก่การศึกษาวิจัยด้านนี้ซึ่งมี เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความเห็นเดียวกับ Masuchikaa and Boldtb (2010) ซึ่งได้ศึกษา การ์ตนู ญีป่ นุ่ แปลและนิยายภาพอเมริกนั ในห้องสมุดมหาวิทยาลัย 44 แห่ง พบว่า แม้จะยังพบหนังสือทั้งสองประเภทไม่มากนักในห้องสมุด แต่การ์ตูนญี่ปุ่นแปล ซึ่ ง มี อิ ท ธิ พ ลต่ อ วั ฒ นธรรมร่ ว มสมั ย ก� ำ ลั ง เพิ่ ม อิ ท ธิ พ ลในวั ฒ นธรรมวิ ช าการ ในอเมริกา เพราะมีประโยชน์ต่อทั้งการสนับสนุนการเรียนการสอนในหลาย สาขาวิชา และสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยชั้นสูงในศตวรรษที่ 21 ห้องสมุดไทยกับนิยายภาพ จุลศักดิ์ อมรเวช (2544) หรือ จุก เบี้ยวสกุล กล่าวถึงยุคทองของการ์ตูน ไทย (ราวปี พ.ศ. 2500) ซึ่งมีการ์ตูนนิยายภาพรุ่นเก่าที่มีคุณภาพหลากหลาย ในท้องตลาด ซึ่งได้ช่วยให้เด็กไทยรุ่นนั้นอ่านออกเขียนได้โดยไม่รู้ตัว ในช่วง เดียวกันนี้นิตยสารการ์ตูนส�ำหรับเด็กและครอบครัวเฟื่องฟูมาก นิตยสารที่สร้าง อารมณ์ขนั และความคิดสร้างสรรค์ให้กบั เด็กเช่น ตุก๊ ตา หนูจา๋ เบบี้ และชัยพฤกษ์ การ์ตูน ซึ่งเริ่มจัดพิมพ์ในช่วงปี พ.ศ. 2497 เคยได้รับการยอมรับให้เข้าไปอยู่ใน โรงเรียน โดยเฉพาะชัยพฤกษ์การ์ตูนซึ่งได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการให้น�ำไป อ่านในโรงเรียนได้นั้นมียอดพิมพ์และผู้อ่านจ�ำนวนมาก ชัยพฤกษ์การ์ตูน จัดท�ำ โดยส� ำ นั ก พิ ม พ์ ไ ทยวั ฒ นาพานิ ช โดยมี วั ต ถุ ป ระสงค์ ส�ำ คั ญ นอกเหนื อ จาก การสร้างอารมณ์ขัน ส่งเสริมให้เด็กรักธรรมชาติ และเสริมทักษะการวาดเขียน คือ มุ่งสร้างสรรค์ประสบการณ์ชีวิตและความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก ชัยพฤกษ์ การ์ตนู วางจ�ำหน่ายยาวนานถึง 26 ปี การเริม่ เติบโตและความนิยมในการ์ตนู ญีป่ นุ่ ของเด็กไทยในช่วงปี พ.ศ. 2510-2520 กระตุ้นให้แวดวงวิชาการให้ความสนใจ ในสื่อการ์ตูนโดยในปี พ.ศ. 2522 โดย กลุ่มส่งเสริมสื่อมวลชนเพื่อเด็ก สมาคม มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 131 นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (2522) ได้จัดการอภิปรายเรื่อง หนังสือการ์ตูน ที่สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จากนั้นปีต่อมาทางกลุ่มฯ ได้ร่วมกับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการประชุมปฏิบัติการและแสดง นิทรรศการเรื่อง การ์ตูนเพื่อพัฒนาเด็ก ณ ศูนย์สารนิเทศของคณะครุศาสตร์ จากนั้นมีการประชุมในลักษณะเดียวกันอีกหลายครั้ง แต่ท่ามกลางวัฒนธรรม การ์ตูนญี่ปุ่นซึ่ง “แข็ง” จนสร้างความนิยมไปทั่วโลก จุดอ่อนของการ์ตูนคือ ความรุนแรงและการแสดงออกทางเพศก็เป็นสิง่ ทีน่ กั วิชาการ รวมทัง้ นักการ์ตนู เอง เกิดความกังวล จากนั้นจึงเกิดการประชุมระดับชาติครั้งที่สาม ในปี พ.ศ. 2536 โดยส่วนส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สถาบันวัฒนธรรมศึกษา ส�ำนักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ (2536) ได้จัดสัมมนาระดมความคิด เรื่องแนวทางและ มาตรการในการแก้ไขปัญหาการ์ตูนที่มีพิษมีภัยต่อเยาวชน ในประวัตกิ าร์ตนู และนิยายภาพไทยและต่างประเทศ มีสอื่ ทีไ่ ม่มคี ณ ุ ภาพ ปะปนอยูเ่ ป็นจ�ำนวนมาก เปรียบได้กบั สือ่ อินเตอร์เน็ตในปัจจุบนั จึงต้องมีการสอน เรือ่ งการรูเ้ ท่าทันสือ่ (media literacy) และการรูส้ ารสนเทศ (information literacy) แต่การจะรู้เท่าทัน เพื่อด�ำรงชีวิตอยู่กับการ์ตูนได้อย่างสร้างสรรค์ไม่ใช่เรื่องง่าย และแม้ว่านิยายภาพจะเป็นการ์ตูนประเภทหนึ่ง แต่การจ�ำแนกค่อนข้างเป็น เรื่องยากที่บรรณารักษ์ทั่วไปจะมีความรู้ ประกอบกับทัศนคติของผู้ใหญ่และ ผูป้ กครองเกีย่ วกับการ์ตนู นัน้ ยากทีจ่ ะเปลีย่ นแปลง จึงเป็นเรือ่ งท้าทายมากส�ำหรับ บรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชนและห้องสมุดโรงเรียน ทั้งในการก�ำหนดนโยบาย การจัดหา และการจัดการด้านบรรณานุกรมส�ำหรับการ์ตูนในห้องสมุด ดังนั้น ในปี ค.ศ. 2005 สมาคมห้องสมุดอเมริกัน ได้จัดพิมพ์หนังสือ Graphic Novels Now : Building, Managing, and Marketing a Dynamic Collection (Goldsmith, 2005) เพื่อให้แนวทางในการจัดหา จัดการ ส่งเสริมการใช้ และบริการนิยายภาพ ในห้องสมุด เช่นเดียวกับ Graphic Novels: Everything You Need to Know (Gravett, 2005) ซึ่งจัดพิมพ์ในปีเดียวกัน เนื่องจากนิยายภาพเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ แม้ในประเทศที่เจริญแล้ว เช่น ออสเตรเลีย จากการ สัมภาษณ์บรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ ของ Snowball (2007) ซึ่งพบว่าร้อยละ 60 ไม่มีนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร 132 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน ในการจัดหานิยายภาพ แต่แท้จริงแล้วเมื่อสัมภาษณ์ก็มีเกณฑ์บางประการ เช่น มีความรุนแรงน้อย เป็นที่นิยมของผู้อ่าน ความเหมาะสมที่จะใช้ในห้องสมุด และความดึงดูดใจต่อผู้อ่านทั้งชายและหญิง เป็นต้น ทั้งนี้ห้องสมุดประชาชน ออสเตรเลียส่วนใหญ่ จ�ำนวนถึงร้อยละ 75.97 มีการจัดหานิยายภาพให้บริการ ในห้องสมุด หากคิดจะจัดหานิยายภาพเข้าห้องสมุด บรรณารักษ์ควรมีการ ก�ำหนดนโยบายในการจัดหาทรัพยากรให้ชดั เจน โดยเฉพาะในกรณีของห้องสมุด ประชาชนและห้องสมุดโรงเรียน นโยบายควรมีการปรับปรุงโดยผ่านกรรมการ ห้องสมุดเพือ่ ความสะดวกในการเลือกทรัพยากร เพราะการ์ตนู และนิยายภาพเป็น ทรัพยากรทีม่ คี วามเสีย่ งสูงทีเ่ กิดปัญหา ในบางชุมชนอาจพบว่าเป็นเรือ่ งยากมาก ทีจ่ ะท�ำให้ผปู้ กครองเห็นด้วยกับการส่งเสริมการอ่านโดยใช้นยิ ายภาพ บรรณารักษ์ จึงต้องประชาสัมพันธ์ หรือท�ำการตลาดควบคู่ไปกับการเลือกนิยายภาพที่มี คุณภาพ ทัง้ ทีเ่ ป็นสารคดีและบันเทิงคดีเข้ามาให้บริการในห้องสมุด (Miller, 2005) ในต่างประเทศการจัดหานิยายภาพไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากในหลาย ประเทศมีการจัดท�ำรายชื่อดังตัวอย่างของสมาคมบริการส�ำหรับเด็กและวัยรุ่น (The Young Adult Library Services Association: YALSA) ในสมาคมห้องสมุด อเมริ กั น ที่ ก ล่ า วถึ ง ในตอนต้ น ส� ำ หรั บ ในประเทศไทยในปั จ จุ บั น นอกจาก การประกวดหนังสือดีเด่นซึ่งได้เริ่มแบ่งหนังสือการ์ตูนออกจากหนังสือประเภท อื่นในปี พ.ศ. 2529 ยังไม่มีการจัดท�ำรายชื่อหนังสือประเภทนี้ออกมาโดยเฉพาะ ดัวนั้นการติดต่อส�ำนักพิมพ์ต่างๆ โดยตรงจะเป็นวิธีที่สะดวก โดยปัจจุบันมี ส�ำนักพิมพ์ที่จัดพิมพ์นิยายภาพเป็นจ�ำนวนมาก ในที่นี้ขอแนะน�ำส�ำนักพิมพ์ ที่ส�ำคัญ 3 กลุ่ม ดังนี้ 1. องค์กรด้านการ์ตูน องค์กรส�ำคัญ คือ สมาคมการ์ตูนไทย และ สถาบันการ์ตนู ไทย มูลนิธเิ ด็ก สมาคมการ์ตนู ไทยเน้นการจัดกิจกรรม ส่วนสถาบัน การ์ตูนไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการ์ตูนสู่วิชาชีพ ตลอดจนเผยแพร่ การน�ำศิลปะการ์ตูนมารับใช้คมไทยอย่างสร้างสรรค์ จึงจัดพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับ สือ่ การ์ตนู และนิยายภาพซึง่ แต่งโดยคนไทย หนังสือของสถาบันการ์ตนู ไทย ได้รบั รางวัลจากการประกวดบ่อยครัง้ แม้หนังสือส่วนใหญ่จะเป็นบันเทิงคดีแต่เขียนขึน้ โดยตระหนักถึงคุณภาพด้านเนื้อหาเป็นส�ำคัญ เช่น อุดมสุข เล่ม 2 นั้นมีเนื้อหา ที่พึงประสงค์ของหนังสือภาพ/การ์ตูนของกรมวิชาการ (จินตนา ใบกาซูยี, 2534) มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 133 ถึง 7 ใน 8 เนื้อหา เช่น การส่งเสริมความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ การแสดงอุปนิสัย ใฝ่สัมฤทธิ์ การสอดแทรกคุณธรรมโดยวิธีการทางวรณศิลป์ (ไม่สอนตรงๆ) การชี้ชวนให้ผู้อ่านมีเมตตา รักธรรมชาติ การแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี การเน้น ให้คิดขวนขวาย และการเน้นในความภูมิใจในความเป็นไทย เว็บไซต์ของสถาบัน การ์ตนู ไทยยังเป็นชุมชนของคนเขียนการ์ตนู ทีเ่ ผยแพร่ผลงานของนักเขียนร่วมสมัย ซึ่งน่าศึกษา 2. ส�ำนักพิมพ์ทั่วไป ส�ำนักพิมพ์ประเภทนี้เดิมจัดพิมพ์หนังสือหลาย ประเภทแต่ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาจัดพิมพ์สื่อการ์ตูนเพิ่มขึ้น โดยบางส�ำนักพิมพ์ แตกส�ำนักพิมพ์ย่อยเพื่อจัดพิมพ์การ์ตูนโดยเฉพาะ เช่น อมรินทร์พริ้นติ้ง ซึ่งเป็น ส�ำนักพิมพ์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีสำ� นักพิมพ์ลูกหลายส�ำนักพิมพ์ที่จัดพิมพ์ นิยายภาพ ได้แก่ แพรวเยาวชน อมรินทร์คอมิกส์ และแพรวเอนเตอร์เทน โดยจัด พิมพ์ทั้งเรื่องแปล นิยายภาพโดยนักเขียนชาวไทย และนิยายภาพที่ขยายกลุ่ม ผูอ้ า่ นจากเด็กและเยาวชน เช่น นิยายภาพจากภาพยนตร์เรือ่ ง สุรโิ ยไท ฉบับการ์ตนู (สี่สี) เป็นต้น 3. ส�ำนักพิมพ์การ์ตูนโดยเฉพาะ ประกอบด้วยส�ำนักพิมพ์เอกชน ต่างๆ ที่จัดพิมพ์หนังสือการ์ตูนทั่วไปจ�ำหน่ายมาเป็นเวลานาน เช่น วิบูลย์กิจ สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย นอกจากนั้นยังมีสำ� นักพิมพ์รุ่นกลางซึ่งพิมพ์ทั้งการ์ตูน ทั่วไปและความรู้ เช่น เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ (Nation Edutainment : NED) บงกช คอมมิกเควส บูรพัฒน์ และยอดธิดา NED เป็นบริษัทในเครือเนชั่นซึ่งผลิตสื่อ บันเทิงส�ำหรับเยาวชน ส่วนใหญ่เป็นการ์ตนู ลิขสิทธิจ์ ากญีป่ นุ่ และนิตยสารการ์ตนู รายสัปดาห์ NED เรียกนิยายภาพไทยว่า “พ็อคเก็ตบุค๊ การ์ตนู ไทย” ในปี พ.ศ. 2553 อภัยมณี SAGA ซึ่งเขียนโดย สุพจน์ อนวัชกชกร ได้มีการขอซื้อลิขสิทธิ์ไปพิมพ์ จ�ำหน่ายในประเทศฝรั่งเศส 4. ส�ำนักพิมพ์ส�ำหรับเด็กและเยาวชน ส�ำนักพิมพ์ส�ำหรับเด็กและ เยาวชน เช่น นานมีบุ๊ค สกายบุ๊กส์ อีคิวพลัส จัดพิมพ์ทั้งนิยายภาพสารคดีและ บันเทิงคดีเป็นจ�ำนวนมาก ซึ่งแรกเริ่มแปลจากภาษาต่างประเทศต่อมาจึงพัฒนา เขียนโดยคนไทย ส�ำนักพิมพ์อีคิวพลัส มีความโดดเด่นในการพิมพ์การ์ตูนความรู้ และได้สร้างสรรค์ในลักษณะนิยายภาพอิงประวัตศิ าสตร์ทหี่ ลากหลาย ส�ำนักพิมพ์ ส�ำหรับวัยรุ่นคือ A BOOK ในเครือนิตยสาร A DAY ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น 134 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน ได้จัดพิมพ์นิยายภาพส�ำหรับวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่ก�ำลังแสดงหาค่านิยมที่ควรยึดถือ และความหมายของชีวิต คือ hesheit (วิศุทธิ์ พรนิมิตร) ซึ่งผู้แต่งมีความสามารถ จนกระทั่งได้ไปเขียนการ์ตูนจ�ำหน่ายและเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นนอกจากนี้ ยั ง มี ห น่ ว ยงานของรั ฐ และเอกชนไทยจั ด กิ จ กรรมที่ เ กี่ ย วเนื่ อ งกั บ นิ ย ายภาพ เช่น ส�ำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติอญ ั เชิญพระราชด�ำริเศรษฐกิจพอ เพียงมาเป็นแกนในการเขียนนิยายภาพ “ตามรอยพ่อ” ฉบับการ์ตูน การประกวด หนังสือการ์ตนู นิยายภาพ เรือ่ ง การกัดเซาะชายฝัง่ โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝัง่ ร่วมกับธนาคารโลกและบริษทั สยามอินเตอร์มลั ติมเี ดีย เพือ่ ใช้เป็นเครือ่ งมือ สื่อสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน และโครงการประกวดการ์ตูนนิยายภาพ “รู้เก็บ รู้ใช้” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดแนวคิด เรื่องการออมผ่านวรรณกรรมรูปแบบหนังสือการ์ตูนนิยายภาพ ซึ่งจะจัดพิมพ์ เผยแพร่เพื่อส่งเสริมการออมและการวางแผนการเงินที่ดีแก่เยาวชน สรุป สื่อการ์ตูนโดยเฉพาะนิยายภาพที่มีคุณภาพ มีศักยภาพในการพัฒนา สมองและการอ่าน สามารถรับใช้สังคมในสังคมยุคที่วัฒนธรรมการดู (visual culture) ส่งผลต่อการอ่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การที่เยาวชนในชาติจะเข้าถึง นิยายภาพที่มีคุณภาพได้ ต้องเกิดจากกความร่วมมือของหลายฝ่าย โดยเฉพาะ ภาครัฐที่จะส่งเสริมงานวิจัยที่จะสร้างความรับรู้ของคนทั่วไปถึงประโยชน์ของ การ์ตูน การส่งเสริมด้านงบประมาณและการให้ความรู้แก่บรรณารักษ์และ นักสารสนเทศซึ่งเป็นผู้คัดกรองหนังสือเข้าห้องสมุด ในส่วนของภาคเอกชน หากมีแรงกระตุ้นด้านการซื้อจากภาครัฐจะส่งผลต่อการพัฒนาของการ์ตูนไทย ที่มีคุณภาพส�ำหรับเยาวชน เพราะนักเขียนการ์ตูนไทยนั้นอยู่ในช่วงพัฒนาฝีมือ เพื่อตอบรับกับการฟื้นตัวของความนิยมการ์ตูนในเชิงวิชาการในปัจจุบัน ทั้งนี้ ภาครัฐสามารถให้การช่วยเหลือได้ในการพัฒนาบุคลากรเหล่านี้เพื่อให้เขียน การ์ตูนที่มีคุณภาพประเภทต่างๆ เพื่อดึงดูดใจให้เด็กอ่าน จนสามารถสร้าง แรงบันดาลใจ จินตนาการในการอ่าน และนิสยั รักการอ่านทีย่ งั่ ยืนในเยาวชนไทย ได้อย่างแท้จริง มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 135 บรรณานุกรม การประชุมปฏิบตั กิ ารเรือ่ ง การ์ตนู เพือ่ พัฒนาเด็ก 31 กรกฎาคม -2 สิงหาคม 2523 ณ ศูนย์สารนิเทศ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จั ด โดยกลุ ่ ม ส่ ง เสริ ม สื่ อ มวลชนเพื่ อ เด็ ก ร่ ว มกั บ คณะครุ ศ าสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2523). กรุงเทพฯ : กลุ่มส่งเสริมสื่อมวลชน เพื่อเด็ก,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. การสัมมนาระดมความคิด เรือ่ ง แนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหา การ์ตูนที่มีพิษมีภัยต่อเยาวชน วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2536 ณ ห้องประชุม 14 ศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ ส่วนส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สถาบันวัฒนธรรมศึกษา ส�ำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กรุงเทพฯ. (2536). กรุงเทพฯ : ส�ำนักงานฯ. หนังสือการ์ตูน : การอภิปราย ที่สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย วันที่ 1 ธันวาคม 2522 จัดโดย กลุ่มส่งเสริมสื่อมวลชนเพื่อเด็ก. (2522). กรุงเทพฯ : สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย. จินตนา ใบกาซูยี. (2534). หนังสือการ์ตูน : ประโยชน์ในการเรียนการสอน. ใน การส่ ง เสริ ม และพั ฒ นาหนั ง สื อ การ์ ตู น ไทย (หน้า 57-80). กรุงเทพฯ : กรมวิชาการ. ชมนาด บุญอารีย.์ (2551). บทวิจารณ์วรรณกรรม “อุดมสุข”. วารสารมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 25(1), 186-191. ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์. (2553). การ์ตูน มหัศจรรย์แห่งการพัฒนาสมองและ การอ่าน. กรุงเทพฯ : มูลนิธิเด็ก. นับทอง ทองใบ. ( 2550). ฉีกขนบแอนิเมชั่น : เอกลักษณ์ของ ฮายาโอะ มิยา ซากิ นักฝันแห่งตะวันออก. กรุงเทพฯ : มูลนิธิเด็ก. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์. (2548). ความคิดรวบยอดเรื่องการ์ตูน. ใน การ์ตูน : โลกใบใหญ่ของความรักและจินตนาการ. (หน้า 147-163 ). กรุงเทพฯ : ส�ำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. วรัชญ์ ครุจิต และนับทอง ทองใบ. (2552). การ์ตูนความรู้ไทย: ความเป็นมา สถานการณ์ และแนวทางการพัฒนา. กรุงเทพฯ : ส�ำนักงานอุทยาน การเรียนรู้. 136 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน ศักดา วิมลจันทร์. (2548). การ์ตนู กับสุขภาพทางปัญญา. ใน การ์ตนู : โลกใบใหญ่ ของความรักและจินตนาการ (หน้า 164-486). กรุงเทพฯ : ส�ำนักงาน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. ศักดา วิมลจันทร์. (2549). เจาะใจการ์ตนู . กรุงเทพฯ : สถาบันการ์ตนู ไทย มูลนิธเิ ด็ก. ศักดา วิมลจันทร์. (2550). ลักษณะของการ์ตูนนิยายภาพ (comics) ค้นข้อมูล 22 สิงหาคม 2553 จาก ttp://wanna-kam.set.or.th/rookeb_rooshai/ webboard/ showdetail. php?catID=1&q_id=558 ศักดิ์ชัย เกียรตินาคินทร์. (2540). บทที่ 5 การ์ตูน (Cartoon) ศาสตร์และศิลป์ แห่งจินตนาการ. ใน ถวิล มนัสน้อม (บรรณาธิการ), การเขียนหนังสือ และจั ด ท� ำ สื่ อ หนั ง สื อ ส� ำ หรั บ เด็ ก และเยาวชน (หน้ า 76-99). (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ต้นอ้อ แกรมมี่. ส�ำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2552). การส�ำรวจการอ่านหนังสือของประชากร 2551. กรุงเทพฯ : ส�ำนักงานสถิติแห่งชาติ. ส�ำนักงานอุทยานการเรียนรู้. (2551). ทัศนคติและพฤติกรรมการอ่านของ คนไทย. กรุงเทพฯ : ส�ำนักงานอุทยานการเรียนรู้. อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์. (2551). อุดมสุข. กรุงเทพฯ : สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก. Abel, J. (2002). What is a graphic novel? Retrieved July 5, 2006, from http:// jessicaabel.com/learning_comics/index.php?s=what_is_a_gn Andrew, H. & Randy, D. (2007). Malcolm X: A Graphic Biography. Macmillan: Hill and Wang. Arbuthnot, M.H. (1957). Children and books. (Revised edition). Chicago: Scott, Foresman. Caine, G. & Caine, R. N. (2006). Meaningful learning and the executive functions of the brain. New Directions for Adult & Continuing Education. (110), 53-61. Crawford, P. (2004). A Novel approach : Using graphic novel to attract reluctant readers and promote literacy. Library Media Connection. 22(5), 3. มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29 (1) ม.ค. - เม.ย. 55 137 Deepak Chopra Launches Graphic Novel on the Life of “Buddha” (2010). Retrieved January 11, 2011 from http://www.businesswire.com/news/ home/20101205005053 /en/Deepak-Chopra-Launches-Graphic- Novel%C2%A0on-Life-%E2%80%9CBuddha%E2%80%9D Downey, E. M. (2009). Graphic Novels in Curriculum and Instruction Collections. Reference & User Services Quarterly. 49(2), 181-188. Eisner, W. (1985). Comics and Sequential Art. Tamarac: Poorhouse Press. Ellis, A. & Highsmith, D. (2000). About face: Comic books in library literature. Serials Review, 26(2), 21-44. Goldsmith, F. (2005). Graphic novels now : building, managing, and marketing a dynamic collection. Chicago : American Library Association Gravett, P. (2005). Graphic novels: Stories to change your life, London: Aurum Press. Heaney, M. J. (2007). Graphic novels: a sure bet for your library. Collection Building 26(3), 72-76. Josh, N. (2009). A.D.: New Orleans After the Deluge. France: Pantheon Hardcover. Kan, K. L. (2003). Getting graphic at the school library. Library Media Connection, 21(7), 14-19. Lavin, M. R. (1998). Comic books and graphic novels for libraries: What to buy. Serials Review. 24(2), 31-43. Bucher, K. T.,& Manning, M. L. (2004). Bringing graphic novels into a school’s curriculum. Clearing House, 78 (2), 67- 72. Masuchikaa, G. and Boldtb, G. (2010). Japanese Manga in Translation and American Graphic Novels: A Preliminary Examination of the Collections in 44 Academic Libraries. The Journal of Academic Librarianship, 36(6), 511-517. Miller, S. (2005). Developing and Promoting Graphic Novel Collections. New York: Neal-Schuman. 138 นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน National Endowment for the Arts. (2004). Literary Reading in Dramatic Decline, According to National Endowment for the Arts Survey: Fewer Than Half of American Adults Now Read Literature. Retrieved November 11, 2010, from http://www.nea.gov/news/ news04/readingatrisk.html. Ornstein, R. & Sobel, D. (1989). Healthy Pleasures. Cambridge: Perseus Books. Serchay, D.S. (2008). The Librarian’s Guide to Graphic Novels for Children and Tweens. New York, NY : Neal-Schuman. Serchay, D.S. (1998). Comic research libraries. Serials Review, 24(1), 37-48. Snowball, C. (2007). Researching graphic novels and their teenage readers. LIBRES. 17(1), 1-20. Spiegelman, A. (1986). Maus: A survivor’s tale. New York: Pantheon Books. Spink, John. (1989). Children as readers: A study. London: Clive Bingley, Strommen, L. T. and Mates, B. F. (2004). Learning to Love Reading: Interviews with Older Children and Teens. Journal of Adolescent and Adult Literacy. (3),188-199. The Young Adult Library Services Association. (2010). 2010 Great Graphic Novels for Teens. Retrieved November 11, 2010, from http://www. ala.org/ala/mgrps/divs/yalsa/booklistsawards/greatgraphicnovel- sforteens/ggnt10.cfm Wagner, C. (2010). Graphic novel collections in academic ARL libraries. Collage & Research Libraries. 71(1), 42-48. Weiner, S. (2003). Faster than a speeding bullet: The rise of the graphic novel. New York: Nantier Beall Minoustchine. Wolfreys, J. (2006). Modern North American Criticism and Theory: A Critical Guide Book. Edinburgh: Edinburgh University Press.
US